การออกแบบแอพพลิเคชั่นมือถือปี 2016

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทวิเคราะห์การใช้แอพพลิเคชั่น, Flurry ได้สรุปมาว่าผู้ใช้งานส่วนมากใช้เวลา 158 นาทีต่อวันในการใช้โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต

โดย 127 นาทีถูกใช้ไปกับการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในขณะที่ 31 นาทีถูกใช้ไปกับการเข้าสู่เว็บไซต์ต่างๆ เพราะฉะนั้นการแข่งขันในตลาดแอพพลิเคชั่นค่อนข้างสูง สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ, ไม่มีจุดดึงดูดความสนใจ หรือไม่มีการพัฒนาจะสามารถถูกลืมไปได้โดยง่ายดาย เนื่องจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆนั้นได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

วิธีเดียวที่สามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน และไม่ทำให้ผู้ใช้งานลดลง ผู้สร้างและออกแบบแอพพลิเคชั่นต้องคอยพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัย และเป็นที่ดึงดูดความสนใจจนกว่าผู้ใช้งานจะทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้งาน

ดังนั้นบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลการออกแบบที่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นเทรนด์ในปี 2016

User Experience

80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมี smartphone และ 10 เปอร์เซ็นต์ของบุคคลเหล่านี้มีอุปกรณ์ wearable ที่สามารถใช้งานควบคู่ไปกับแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ โดยสถิติที่รวบรวมมาได้ทำให้เห็นว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคแบบพกพาจะเป็นที่นิยมมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างในปัจจุบัน 

จากเดิมที่นักออกแบบได้นำ users experience มาใช้กับการออกแบบเว็บไซต์ต่างๆให้มีประโยชน์สูงสุด และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้การออกแบบให้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคแบบพกพาสามารถใช้งาน และใช้ประโยชน์ได้สูงสุด user experience ก็เปรียบเสมือนแก่นกลางความสำคัญของการออกแบบ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นหนึ่งๆ user experience ไม่เพียงแต่ถูกใช้งานโดยนักออกแบบเท่านั้น นักการตลาด หรือนักธุรกิจต่างก็ให้ความสำคัญกับ user experience ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เหมาะสมแก่ตลาด และลูกค้า

หนึ่งในสิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดของผู้พัฒนา และนักออกแบบแแอพพลิเคชั่น คือเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นกลยุทธ์การสร้างความน่าเชื่อถือต่างๆมากขึ้น

Diffuse Background (การใช้พื้นหลังมัวๆ)

credit https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/ef/29/1b/ef291bc2728c20431e96f2779213723d.jpg

การใช้พื้นหลังมัว หรือที่เรียกกันว่า Diffuse Background ถูกใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มนักออกแบบเว็บไซต์ การใช้สีพื้นหลังแบบนี้มาเป็นที่นิยมมากขึ้นหลังจาก Twitter ได้นำมาใช้ เราสามารถเห็นสีพื้นหลังนี้ กับปุ่มกดใช้งานได้บนเว็บไซต์ต่างๆในช่วงปีที่ผ่านมา

การที่นักออกแบบนำ Diffuse Background มาใช้บนเว็บไซต์ ความเป็นไปได้ที่เราจะเห็นพื้นหลังแบบเดียวกันบนแอพพลิเคชั่นจึงมีความเป็นไปได้สูง แอพพลิเคชั่นเหล่านี้มักจะถูกออกแบบมาให้สามารถเข้าใจง่าย และ เรียบง่ายที่สุด ซึ่งการนำ Diffuse Background นี้มาใช้ทำให้คุณสมบัติของการออกแบบในลักษณะนี้ยังคงอยู่ และเสริมให้กับการสร้างจุดเด่นสำหรับปุ่ม หรือข้อความที่สำคัญ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการสื่อสารต่อผู้ใช้งาน

Simple Navigation

การออกแบบที่เป็นที่ชื่นชอบและนิยมของผู้ใช้งานส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา คือการออกแบบที่มีความเรียบง่ายในตัวอักษร, รูปแบบ และการใช้งาน มากกว่าการออกแบบที่เน้นเพียงความสวยงาม ซึ่งเห็นได้โดยที่ Navicons หรือที่รู้จักว่า Hamburger Menu ถูกใช้อย่างแพร่หลายในช่วงที่ผ่านมา

Innovative Scrolling

ข้อดีของการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือและแท็บเล็ต คือความรวดเร็วในการเปลี่ยนจากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่งโดยไม่ต้องรอการโหลดข้อมูล Innovative Scrolling หรือการสร้างสรรค์การเลื่อนข้อความในแบบต่างๆ เพื่อสร้างความแตกต่างแอพพลิเคชั่น ออกจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ในความแตกต่างนี้นักออกแบบควรจะคำนึงถึงความเรียบง่าย และความดึงดูด และ Innovative Scrolling ถูกจัดว่าเป็นเทรนด์สำหรับการออกแบบเว็บไซต์ในปี 2015โดย Inkbot

ฟอนต์หนา และตัวใหญ่

ฟอนต์ตัวหนาและใหญ่จะสามารถดึงดูดความสนใจ และเป็นที่น่าจดจำ หากนักออกแบบสามารถออกแบบได้ดี การใช้ฟอนต์หนา และตัวใหญ่จะทำให้แอพพลิเคชั่นเป็นที่น่าจดจำ และสามารถช่วยทำให้ข้อความมีความน่าสนใจได้

สีพื้นธรรมดา (Simpler Color Schemes)

ในช่วงต้นปีของปี 2013 สีแดง สีนีออน และ สีเขียวสะท้อนแสงเป็นที่ถูกใช้เป็นอย่างมา แต่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาสีพื้นๆกลับกลายมาเป็นสีที่นิยมใช้เป็นอย่างมากจากนักออกแบบ ถึงแม้ว่าสีสะท้อนแสงจะทำให้แอพพลิเคชั่นมีสีสัน และฉูดฉาด แต่สีพื้นตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมที่สุด หรือสีประจำของแบรนด์นั้นๆก็เป็นที่นิยมเช่นกัน เหมือนที่ John Kash ดีไซน์เนอร์ได้แนะนำว่าเราควนเลือกสีที่บ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ของเรา

บริบท (Context Awareness)

นักออกแบบที่ดีจะสามารถช่วยผู้ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆภายในแอพพลิเคชั่นได้โดยการจัดวางข้อมูลต่างๆตามบริบทของข้อมูลตามการใช้งานของผู้บริโภค เช่น สถานที่, ประวัติ, เวลา, กิจกรรม ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักออกแบบจึงจำเป็นที่จะต้องออกแบบให้เหมาะสมต่อข้อมูลเหล่านี้อยู่เสมอ

การกลับมาของ Skeuomorphism

Skeuomorphism คือหลักการออกแบบโดยใช้หลักการให้สิ่งของมีลักษณะ รูปร่างเหมือนกันกับสิ่งของที่มีอยู่จริง ในปีที่ผ่านมา Skeuomorphism ค่อยๆหายไปจากตลาดแอพพลิเคชั่น แต่ในปี 2016 นี้ เราจะเห็น Skeuomorphism กลับมาอีกครั้ง และมากกว่าเดิม โดยที่สิ่งของต่างๆจะดูเหมือนจริงมากขึ้นและมีผลต่อผู้ใช้งานมากขึ้นเช่นกัน

การใช้ Social Medias

Social Medias เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่32ของใครหลายๆคนไปแล้วในยุคนี้ และไม่แปลกที่ Henna Ray ได้ออกมาบอกใน Designhill ว่า 50 เปอร์ซ็นต์ของผู้บริโภคซื้อของผ่านจากการแนะนำใน Social Medias และตั้งแต่ปี2014เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่นสู่ Social Medias นั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ และเราก็ยังจะได้เห็นการเติบโตเหล่านั้นมากขึ้นไปอีกในปี 2016

Wearable Gadgets

หนึ่งใน Wearable Gadgets ที่ทำให้ผู้คนส่วนมากรู้จักได้เป็นอย่างดีคือ Apple Watch ทำให้นักออกแบบหลายๆคนหันมาออกแบบอุปกรณ์เหล่านี้ให้เชื่อต่อกับแอพพลิเคชั่นแทน สิ่งที่ทำให้ Wearable Gadgets เป็นที่นิยมคือความสะดวกในการใช้งานแอพพลิเคชั่น การเก็บข้อมูล และการสั่งซื้อตัวอุปกรณ์

Interactive Design

การออกแบบ Interactive Design ทำให้เห็นว่าการออกแบบเริ่มที่จะกลับมาสนใจ และให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ จะถูกนำมาใช้ในส่วนต่างๆของแอพพลิเคชั่นเพื่อให้เป็นจุดสนใจ

ทั้งหมดนี้คือเทรนด์การออกแบบแอพพลิเคชั่นมือถือในปี 2016 เราต้องคอยดูกันว่าเทรนด์ไหนจะไปต่อในปี 2017 หรือเทรนด์ไหนจะถูกลืมไปภายในปี 2016

Credit รูปและบทความ